post

หากจะเอ่ยถึงชื่อ คอนชา บุยก้า (Concha Buika) หลายท่านที่ชื่นชอบในแนวเพลงละตินแจ๊สคงจะรู้จักเธอเป็นอย่างดี นักร้องสาวชาวสเปนผู้มีชื่อเสียงระดับโลกคนนี้ได้สร้างผลงานทั้งเป็นภาษาสเปนและอังกฤษให้โด่งดังเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ด้วยแนวเพลง ดนตรี สไตล์การร้องที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ง่ายที่จะจดจำเธอ นอกจากนั้นเธอยังประพันธ์เพลงรวมทั้งเป็นโปรดิวเซอร์เองในหลายอัลบั้มร่วมกับโปรดิวเซอร์ท่านอื่น ซึ่งนอกจากดนตรีแจ๊สที่เธอถนัด เธอก็ยังมีความสามารถในแนวเพลงอื่นอีก ทั้งฟลามิงโก โซล ป๊อบ หรือแม้กระทั่งโอเปร่าที่ทำได้ดีเยี่ยม นอกจากงานทางด้านบทเพลงแล้ว เธอยังมีความสามารถทางด้านอื่นที่ทำได้ดีไม่แพ้กัน นั่นก็คือการประพันธ์ ทั้งบทกวี วรรณกรรม นอกจากนั้นเธอยังชอบการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจถึงขนาดมีการจัดแสดงภาพถ่ายฝีมือเธอเองอีกด้วย บทประพันธ์กวีของเธอได้นำมาเป็นบทเพลงหลายบทเพลงด้วยกัน ที่มีความไพเราะและมีความหมายลึกซึ้งกินใจ ทำให้เธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในบทเพลงทั้ง 8 อัลบั้มที่ผ่านมา ได้แก่ อัลบั้มที่ 1 Mestizüo (2000) , อัลบั้มที่ 2 Buika (2005) , อัลบั้มที่ 3 Mi Niña Lola (2006) ,อัลบั้มที่ 4 Niña de Fuego (2008) ,อัลบั้มที่ 5 El Último Trago (2009) ,อัลบั้มที่ 6 En Mi Piel (2011) ,อัลบั้มที่ 7 La Noche Más Larga (2013) และอัลบั้มที่ 8 Vivir Sin Miedo (2015)

Para mí-

และในปี 2017 Concha Buika ได้เปิดตัวอัลบั้มที่ 9 ที่ชื่อว่า Para mí ที่แปลเป็นไทยได้ว่าสำหรับฉัน ในอัลบั้มนี้มี 5 ซิงเกิ้ลด้วยกันคือ Ni contigo ni sin ti , Dios de la nada , Para mí , Pizzica di Torchiarollo และ Hijos de la Luna และเช่นเคยเมื่อเป็นเพลงของ Concha Buika การันตีได้ว่าทุกบทเพลงจะสามารถตรึงคุณให้อยู่ในมนต์สะกดได้ โปรดิวเซอร์และนักดนตรีกล่าวถึงบทเพลงของเธอในอัลบั้มนี้ว่า เป็น 25 นาทีที่จะขโมยอารมณ์ทั้งปวงของคุณให้ตกอยู่ในห้วงบทเพลงแห่ง Concha Buika เธอทำบทเพลงออกมาอย่างดีที่สุดอย่างที่เคยทำมาในทุกครั้ง เป็นบทประพันธ์ของเธอร่วมกับนักประพันธ์เพลงท่านอื่น และโปรดิวเซอร์ร่วมกัน เพื่องานที่ดีที่สุดอัลบั้มนี้ได้อัดในห้องอัดสามแห่งคือ เมืองกีโต เมืองไมอามี่ และเมืองมาดริด ซึ่งทั้ง 5 บทเพลงได้แสดงถึงความรู้สึกต่าง ๆ ออกมาทั้งอารมณ์อ่อนไหว เข้มแข็ง เงียบสงบ สับสนในเวลาเดียวกัน ซึ่งนั่นก็เป็นการถ่ายทอดอารมณ์ของความรักที่แตกต่าง ๆ และเปลี่ยนแปลงไปมานั่นเอง แนวดนตรีก็ยังคงเป็นแนวแจ๊สเช่นเคย แต่จะมีฟลามิงโกสอดแทรกเข้าไปด้วย รับรองว่าอัลบั้มนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน